อันดา กุลฑีรา คู่กัด บอย ปกรณ์

ในละคร "พรพรหมอลเวง" "น้องเมย์" ดูจะเป็นเด็กเงียบๆ ทำตัวนิ่งๆ แต่ชีวิตจริงของ "อันดา" ด.ญ.กุลฑีรา ยอดช่าง ผู้สวมบทบาทนั้นต่างกันสุดขั้ว แน่นอนว่าตอนแรกเจอ ประสาเด็กวัย 7 ขวบ หนูน้อยผู้มีหน้าตาจิ้มลิ้มยังวางท่านิ่ง ไม่ช่างพูด หากพอคุ้นกันสักพักคราวนี้ล่ะ ตัวจริงก็โผล่มาให้เห็น

"เเคสต์งานมาประมาณ 4-5 ขวบ จน 6 ขวบช่อง 3 ติดต่อมา แล้วก็ได้" อันดาบอก ก่อนให้เหตุผลแบบชัดถ้อยชัดคำ "เพราะหนูเป็นคนจำบทแม่น"

 "น้องเมย์" เอ๊ย! อันดา ว่าตอนที่รู้ว่าได้ รู้สึกอย่างไร? "ตกใจ แต่ไม่กดดัน" แน่ะ, ตอบยังกับเป็นผู้ใหญ่ "เพราะตอนนั้นยังไม่รู้เรื่องอะไร รู้แค่ได้แสดง กับรู้ว่าได้เจอพี่บอยที่ทำให้ดีใจมากด้วย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ น่ะ เป็นคนโปรดแม้จะไม่ชอบหนวดของเขาเท่าไหร่ก็ตาม  มันคัน เวลาหอมแก้ม คือเหตุผลที่สาวน้อยที่ถูกบอยหอมไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งบอกแบบเปิดใจ  เล่นละครเรื่องนี้อันดาบอกว่าสนุกดี เพราะชอบในการแสดง ขณะเดียวกันยังได้เจอ มายด์-ด.ญ.นภัสชนันท์ นิมจิรวัฒน์ "ปรงแก้ว", เกรท-ด.ญ.ภิรัญชญา คเชนทร์นุกูล "ปรงขวัญ", ฟรานเซท ด.ญ.ไอศิกา เบอร์เนต "น้องมิงค์" และ เฟรย่า-ด.ญ.พิชชา ชินวัตร "น้องแคท" ที่วัยใกล้เคียง

ขณะเดียวกันยังได้เจอ "พี่เบลล่า" หรือ ราณี แคมเปน ซึ่งใจดี มีการช่วยต่อบทและบอกมุมกล้องให้ เช่นเดียวกับ "ป้าชุ" ชุดาภา จันทเขตต์ ผู้กำกับที่ใจดี ช่วยแนะเรื่องการแสดง "ผิดจากพี่บอยเย้อออ" เธอว่า "พี่บอยถือเป็นคู่กัด" นี่อันดาเปลี่ยนข้างจาก "แฟนพันธุ์แท้" เป็น "ฝ่ายตรงข้าม" อย่างเห็นๆ "แค่หนูขอดูบทหน่อย ก็บอก นี่หล่อนไม่ทำการบ้านมาน่ะสิ แล้วยังชอบจั๊กจี้ แล้วก็ว่า นี่หล่อน วันนี้หล่อนหอมแก้มฉันรึยัง ซึ่งพอเขาถาม หนูก็หอม แล้วพี่บอยก็ว่า หล่อนหอมแค่นี้เหรอ"
สาวน้อยบอกในสิ่งที่สาวๆ หลายคนคงอิจฉา

ก่อน จะเมาธ์ต่อว่าไอ้หอมน่ะก็ดีหรอก แต่บางครั้งหนวดพี่บอยก็ทำให้หน้าเป็นรูพรุนและเจ็บไปหมด หากก็ต้องอดทน โดยเฉพาะเวลาอยู่ในฉากที่จะทำหน้าแหยไม่ได้ จนกว่าจะได้ยินเสียง คัต เล่นเรื่องนี้สาวน้อยบอกด้วยว่ามีหลายฉากที่ต้องร้องไห้ ซึ่งแรกๆ ต้องใช้น้ำตาเทียมช่วย เพราะร้องไม่ได้ "แต่ตอนหลังก็บิวท์เอง โดยมีพี่บอยเป็นตัวเสริม พี่บอยแกล้ง บอกปาป๊า หม่าม้าทิ้ง แค่นั้นน้ำตาก็ไหล  แต่แน่นอนบางครั้งต้องใช้เวลานานหน่อย เป็นชั่วโมงๆ ก็มี ซึ่งพอได้ที่ น้ำตาใกล้จะไหล บอย-ปกรณ์ก็จะรีบวิ่งมาเข้าฉาก

อารมณ์ดราม่านี่ยาก แต่อันดาบอกว่าชอบ "ก็มันเหมือนการแสดง" เธอให้เหตุผล "บทใสๆ มันเหมือนเด็กติ๊งต๊อง ดราม่ามันเหมือนเป็นการฝึกตัวเอง" ส่วนกับบทนั้น อันดาว่าถ้าเทียบแล้ว เธอเหมือน "ตันหยง" มากกว่า "นั่นน่ะ หนูเลยพูดมากเหมือนนกแก้ว"

ส่วนกับการแสดงที่ออกมา อันดาก็ว่าชอบมาก พ่อ ยุทธชัย ยอดช่าง กับแม่ นลรรพรรฎ อัศวสันติชัย รวมถึงอาม่า อากง ที่มักนั่งดูละครเรื่องนี้ร่วมกันทุกวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ หลังข่าวช่อง 3 ต่างก็ชมเป็นเสียงเดียว เพื่อนๆ ที่โรงเรียนกรพิทักษ์ศึกษา ซึ่งอันดากำลังเรียนอยู่ชั้นประถม 1 ก็ทัก พ่อแม่เพื่อน รวมถึงครูก็ถาม โดยหลายคนในจำนวนนั้นมาขอถ่ายรูปแล้วก็ให้เซ็นชื่อ "เนี่ยนิ้วบวมเลย" บอกพลางยกนิ้วนางที่มีรอยปูดจากการจับปากกามาให้เห็น บอกอีกว่า ความจริงนั้นเธอ "อยากเป็นดารามาตั้งนานแล้ว อยากเป็นเหมือนพี่ ชมพู่ (อารยา เอ ฮาร์เก็ต) พี่ อั้ม (พัชราภา ไชยเชื้อ) ซึ่งคนหนึ่งก็น่ารัก ขณะอีกคนก็สวย แถมเล่นละครเก่งทั้งคู่"  ดูเหมือนจะมีแนวโน้มนะ ว่าไหม?

ในอีกด้านหนึ่งแม้จะต้องทำงาน แต่ นลรรพรรฎ อัศวสันติชัย บอกว่า ที่ผ่านมาการเรียนของอันดายังไม่มีปัญหา "อาจมีสะดุดบ้าง แต่พอกลับไปเรียนเขาก็ตั้งใจมากหน่อย เพราะต้องตามจากเพื่อนให้ทัน"  ส่วนพ่อ ยุทธชัย ยอดช่าง ก็ว่า "เขา เเฮปปี้กับการเเสดง ส่วนการเรียนเป็นเรื่องที่เราต้องดูแลให้ โดยขอเเค่ไม่ด้อยเกินไป เอากลางๆ ที่เด็กธรรมดาคนนึงจะมีได้ เพราะผมว่าสิ่งที่สำคัญกว่าคือการใช้ชีวิตเป็น ให้เขารู้จักทำหน้าที่ให้ดี "และตอนนี้เขาก็ทำได้ดี ดีเกินกว่าที่เราคิด"

ส่วนเงินที่ได้มาแต่ละงาน หนูน้อยฝันว่าอยากเก็บไปซื้อบ้านสวยๆ สักหลัง แต่คงยังไม่ใช่ตอนนี้ ทุกบาททุกสตางค์พ่อกับเเม่จึงเก็บไว้ให้ในบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อของเธอไว้ "หนูจะเอาไปซื้อบ้าน" นี่เจ้าตัวประกาศเสียงดังส่งท้าย

 

ขอขอบคุณแหล่งข่าวจาก มติชนออนไลน์
ขอขอบคุณภาพจาก IG น้องอันดา